Prapapan 的个人资料mono.Studio*照片日志列表更多 工具 帮助

日志


10月24日

. . .

 
 
 
 
 
 2/2549
 CLASS SCHEDULE
 
 
 
วันจันทร์
14.30-17.20   Mathematics II
 
 
 
วันอังคาร
8.30-10.20    Physical Education
13.30-17.20  Content Baesd Learning
 
 
 
วันพุธ
9.30-17.00    Design Fundamental II
 
 
 
วันพฤหัสบดี
9.30-12.20    General Physics
13.30-18.20  Technical Drawing
 
 
 
วันศุกร์
9.30-12.20    Static and Mechanics of Material
 
 
 
 
 
10月14日

Dory's psychology *

 
 
 
 
"Just keep swimming"
  . . . ก็แค่ว่ายไป
 
 
 
 
 
10月8日

facultilism *

 
 
 
 
 
เราเกลียดคำว่า "เพราะสังคมเปลี่ยนไป"
หรือคำว่า "เพราะอะไรอะไรมันเปลี่ยนไปแล้ว" มากที่สุด
ไม่รู้ สำหรับคนอื่นมันอาจเป็นแค่คำธรรมดา
แต่สำหรับเรา ... เราว่ามันเป็นข้ออ้างที่งี่เง่าและไร้สมองที่สุดในโลก
 
 
 
สังคม มันเปลี่ยนเองได้ที่ไหน
อะไรอะไร มันเปลี่ยนไปเองได้หรือเปล่า
 
 
 
ไม่ได้หรอก มันเปลี่ยนเองไม่ได้
มันถูกเปลี่ยน ไม่ใช่มันเปลี่ยนไป
ถูกเปลี่ยนโดยใคร?
ก็พวกคุณเองไม่ใช่หรือไง?
 
 
 
เปลี่ยนมันเอง แล้วมาอ้างว่ามันเปลี่ยนไป
โง่ไปหน่อยมั๊ย?
 
 
 
เพิ่งจะแค่เต็กรุ่นแปด ทำไมถึงอ่อนแอได้ขนาดนั้น
ไม่ต้องรอรุ่นที่ร้อยหรอก
อีกห้าปี สิบปี ข้างหน้าจะเป็นยังไงยังไม่รู้เลย
รุ่นแรกๆยังอ่อนแอได้ขนาดนี้
แล้วจะไปหวัง จะไปหาความแข็งแรงได้จากไหนกัน
 
 
 
ไม่รู้ เราอาจเป็นพวก facultilism มากไปเอง
แ ต่ เ ร า ก็ รั ก ข อ ง เ ร า
เราคงบอกให้คุณหรือบอกให้ใครรักคณะอย่างที่เรารักไม่ได้
เราคงบังคับคุณหรือบังคับใครไม่ได้
แต่ขอร้อง ถ้าไม่รัก ก็อย่าทำลาย
 
 
 
ถ้ารัก ก็ทำให้เห็น ... อย่าดีแต่พูด
 
 
 
ใครจะคิดยังไงเราไม่รู้
แต่เราเป็นคนนึงที่ "เชื่อ" ในระบบว๊าก
[ ว๊ากที่มีจุดประสงค์ ว๊ากที่มีขอบเขต
  ไม่ใช่ว๊ากที่สนองตัณหา สนองอารมณ์รุ่นพี่อย่างที่หลายๆที่ทำกัน ]
ว๊ากมันสร้างความสามัคคีได้จริงๆ - ไม่รู้ว่าได้ยังไง รู้แค่มันได้
แม้ตอนปีหนึ่ง แม้ตอนที่โดนเองจะไม่เข้าใจอะไรนัก
แต่พอมาเป็นพี่เค้า ... โคดเข้าใจ
 
 
 
เอา ว๊าก กลับมาใหม่ได้มั๊ย?
ว๊ากอย่างที่เราเคยโดน - ชิดหู กอดคอลุกนั่ง กลิ้งโคลน ฯลฯ
ว๊ากแรงเหี้ยๆ แต่ก็ทำให้รักกันเหี้ยๆ และรักคณะเหี้ยๆเช่นกัน
 
 
 
เผื่ออะไรอะไรมันจะดีกว่านี้ ... ดีดังเดิม *
 
 
 
 
 
10月6日

fail *

 
 
 
 
 
จบแล้ว ...
งานหนึ่งเทอมที่ฝ่าฟัน
เหลือเพียงสอบเท่านั้น
ฉันจะเป็นอิสระ (?)
 
 
 
งานกลุ่มชิ้นใหญ่ชิ้นสุดท้ายพ่านพ้นไป
f a i l *
 
 
 
ตัวงานอาจสำเร็จดังที่หวัง
แต่เค้าไม่ได้ให้เราทำงานกลุ่มเพื่อแค่ให้ได้งาน
หรือเพื่อแค่ให้ได้เกรดเท่านั้นนี่หว่า
 
 
 
ถ้าสามัคคีกันไม่ได้ อย่าเรียกว่าทีมเลยดีกว่า
ถ้าจริงใจกันไม่ได้ อย่าเรียกว่าเพื่อนเลยดีกว่า
 
 
 
การเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับสังคม
เรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม
เรียนรู้ที่จะเสนอความคิดตัวเอง
เรียนรู้ที่จะรับฟังความคิดเห็นคนอื่น
เรียนรู้ที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม
เรียนรู้ที่จะเหนื่อยเท่าๆกัน
เรียนรู้ที่จะเหนื่อยมากกว่า
เรียนรู้ที่จะ "ให้ใจ" กับคนอื่นๆ
หรือแม้กระทั่งเรียนรู้คำว่า "เพื่อน"
. . . มันก็สำคัญไม่ต่างกัน
 
 
 
ถ้างานเสร็จเรียบร้อย ในขณะที่เบื้องหลังเป็นรอยร้าว เป็นแผลลึก
ถ้างานได้รับการยอมรับ ในขณะที่คนในทีมยังยอมรับกันเองยังไม่ได้
. . . มันจะมีความหมายอะไร
 
 
 
ถ้ามีบางคนได้หน้าทั้งๆที่ไม่ควรจะได้ ในขณะที่อีกคนถูกลืมทั้งๆที่ควรจะถูกจำ
ถ้ามีบางคนคิดว่าตัวเองเหนื่อยเต็มประดา ในขณะที่คนอื่นเหนื่อยกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว
. . . มันจะมีความหมายอะไร
 
 
 
คนที่ดีจริง กับคนที่คิดว่าตัวเองดี อันไหนจะดีกว่ากัน
คนที่ทำงานจริง กับคนที่คิดว่าตัวเองทำงาน อันไหนจะเรียกว่าทำงานมากกว่ากัน
แล้วทำไมคนประเภทหลังถึงลอยหน้าลอยตา
แถมยังมีหน้ามาด่าคนอื่นได้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
 
 
 
ทำงานไม่เท่ากัน ได้เกรดเท่ากัน มันไม่ยุติธรรม
แต่ถ้าทำงานน้อย แล้วไม่ได้เกรดเลย มันก็ไม่ยุติธรรมอีกเหมือนกัน
เพื่อนกัน เค้าไม่ฆ่ากันหรอก
ไม่งั้นจะมีเพื่อนไว้ทำสวรรค์วิมานอะไร
 
 
 
ทำงานเอาหน้า ทำงานให้คนอื่นเห็น
กับทำงานเงียบๆ มีคนรู้อยู่ไม่กี่คน
มันก็คือทำงานเหมือนกัน
 
 
 
ไม่รู้ อย่าพูด
ไม่เห็น อย่าพูด
 
 
 
ดีแต่ปาก ดีแต่เสนอหน้า
มีดีแค่นั้นใช่มั๊ย?
 
 
 
ความผิดอยู่ที่ใครกันแน่
ผิดที่เค้ามาด่าเธอ หรือผิดที่เธอทำตัวให้เค้าด่า
ไม่ใช่ครั้งแรกนี่ . . . น่าจะรู้ตัวเองได้แล้ว
อย่ามัวแต่นั่งทำตัวเป็นนางเอก
เรียกร้องความสงสารความเห็นใจจากใครอยู่เลย
มันไม่มีประโยชน์หรอก
 
 

น่าจะถึงเวลาส่องกระจกดูตัวเองจริงๆได้แล้วมั้ง *